วันวานที่….เกาะเสม็ด สอบ เสร็จคราวนี้ แม้ไม่ใช่ปิดเทอมใหญ่ สําหรับนักเรียน นักศึกษา ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวมาถึงอีกครั้งหนึ่ง ผมก็ไม่พลาดที่จะไปท่องเที่ยวทะเลที่ผมรักเช่นเคย จุดหมายปลายทางในครั้งนี้อยู่ที่เกาะเสม็ด เกาะสวาดหาดสวรรค์ของใครหลายๆคน ถึง แม้ว่าช่วงนี้จะมีฝนตกบ้างก็ตาม เหตุที่ผมสนใจที่นี่เพราะ ชูฮวยและโยนีพึ่งไปเที่ยวมาไม่นาน โดยเล่าถึงความใสสะอาดของน้ำทะเลและความละเอียดของเม็ดทราย โดยมีรูปเป็นสักขีพยาน ทําให้ผมอยากไปจนตัวสั่น
8 ตุลาคม 2543 วันนี้ ผมและวุ้นมานอนที่บ้านชูฮวยเพื่อคุยกันเรื่องรายละเอียดการไปเที่ยว แต่เกือบต้องหาที่เที่ยวใหม่ซะแล้วเพราะพ่อชูฮวยเดินมาบอกว่าที่เกาะเสม็ดมี พายุเข้า เราจึงปรึกษากันว่าพรุ่งนี้ลองโทรไปสอบถามสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาอีก ครั้งหนึ่ง หากสภาพอากาศเลวร้าย ค่อยหาที่เที่ยวใหม่ แต่จะออกกันบ่ายๆ(ผมอยากไปมากแน่นอนครับ อุตส่าห์ขนของออกมาจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ขืนไม่ได้ไปแม้จะไม่ถึงตายแต่คงช้ำใจเป็นแน่แท้)
9 ตุลาคม 2543 เช้า นี้ผมโทรศัพท์ไปที่กรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อสอบถามสภาพอากาศที่เกาะเสม็ด อย่างน้อยการระวังตัวไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย สบายใจทั้งคนไปเที่ยวและคนที่รออยู่ทางบ้าน ต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะโทรติดซึ่งได้ความว่า อากาศไม่ร้ายแรง พายุ Stand-in อยู่ในทะเลจีนใต้(คือ ไม่ขยับตัวนั่นเอง) แต่อาจมีผลกระทบ คือ ฝนตกบ้าง สรุปได้ใจความว่า ไปเที่ยวได้แน่นอน
ผม วุ้น ชูฮวย นัดกับโยนีที่สถานีขนส่งเอกมัยเวลาบ่าย 2 โมง หัวดอซึ่งสอบเสร็จเหมือนกันมาเล่นที่บ้าน ก่อนกลับก็มาส่งพวกผมที่หน้าปากซอย
เมื่อถึงสถานีเอกมัย มีรถออกไปบ้านเพทุกชั่วโมง( อําเภอหนึ่งในจังหวัดระยอง ปลายทางจะมีท่าเรือโดยสารไปยังเกาะเสม็ด) ระหว่าง นี้ก็หาข้าวกินเพื่อเติมพลัง จากนั้นเดินออกไปริมถนนเพื่อฆ่าเวลา เกิดอยากเข้าห้องน้ำครั้นจะข้ามถนนไปที่ห้างก็กลัวจะไม่ทันเวลาเพราะใกล้ เวลารถออกแล้ว มีห้องน้ำสาธารณะอยู่(ลักษณะคล้ายห้องน้ำคนพิการแต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นอันเดียวกัน) จึงต้องเข้า นับเป็นประสบการณ์แรกที่ได้เข้าห้องน้ำรูปทรงแปลกๆ
เมื่อโยนีมาถึงเราได้ขึ้นรถทัวร์เที่ยวบ่าย 3 โมง มีคุณป้าแก่ๆ ท่าทางน่าสงสารบอกว่ามารอลูกชายแต่ไม่มีเงินติดตัวซักบาท ชู ฮวยซื้อขนมให้คุณป้ากิน ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะดีกว่าให้เงิน เราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงแค่ไหน อาจเป็นมิจฉาชีพปลอมมาในร่างคนแก่ก็ได้ ใครจะไปรู้?
รถของบริษัท เชิดชัยทัวร์ พาเรามาถึงบ้านเพ เวลา 6 โมงกว่า เราเดินผ่านตลาดซื้อตั๋วเรือไป-กลับ คนละ 80 บาท ซื้อเบียร์ 1 ลัง
เรือ มีลักษณะเป็นเรือประมงดัดแปลง มีชั้นเดียว รอบๆข้างมืดไปหมดแถมยังมีฟ้าแลบเป็นระยะๆ เสื้อชูชีพก็ไม่มี ในใจผมก็ได้แต่ภาวนา มือกุมพระไว้แน่น ขอให้ช่วยผมและเพื่อนให้รอดปลอดภัยด้วยเถอะ เพราะมีคลื่นตีเข้ามาเป็นระยะ ทําให้เรายังไปไม่ถึงฝั่งซะทีเห็นอยู่ใกล้ๆแต่ใช้เวลาในการเดินทางนานมาก
เรามาถึงเกาะเสม็ด ใช้เวลาเดินเท้าซักพักก่อนจะถึงหาดแรก คือหาดทรายแก้ว ก่อนนั้นก็ซื้อน้ำแข็งใส่กระติกเอาไว้แช่เบียร์(ที่ร้านให้ยืมกระติกโดยไม่คิดเงิน) ผมสังเกตเห็นว่ามีป้ายอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ทําให้ผมนึกขึ้นได้ทันที พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่ามาเที่ยวกับเพื่อน(คงเป็นแถวๆนี้มั้ง)
ที่หาดทรายแก้ว มีบังกะโลให้เลือกมากมาย ผมพักที่ทรายแก้ว วิลล่า เพราะโยนีรู้จักเจ้าของ(คราวที่แล้วมาพัก) เลยได้ส่วนลดจาก 1,250 เหลือ 700 (นอน 4 คน) จาก นั้นเราหยิบเบียร์ออกมาดื่มกันที่ริมหาด แต่ซักพักต้องเข้ามาในร่มเพราะฝนเริ่มตกแล้ว เรานั่งคุยกันหลายๆเรื่อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย คุยจนดังลั่นก็ไม่มีใครว่าเนื่องจากเป็นช่วงโล ซีซั่น คนก็น้อย ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้หนอ
10 ตุลาคม 2543 อยาก ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่เพราะนอนดึก ทําให้ลุกมาได้เช้าที่สุด คือ 7 โมงเท่านั้น เดินออกไปดูที่ชายหาดน้ำใสดี อยากลงไปเล่นซะเดี๋ยวนั้นเลย กว่า จะรอเพื่อนๆตื่นก็ 8 โมงเช้า วันนี้เรามีเป้าหมายกันว่าจะเดินเลาะริมหาดเพื่อสํารวจสภาพภูมิประเทศ อยากหยุดตรงไหนก็หยุด อยากเล่นน้ำที่ไหนก็เล่น
หลัง จากกินข้าวเช้าเติมพลังเหมาะสมสําหรับชนชั้นแรงงานอย่างพวกผม เรากางแผนที่ออกมา จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ คืออ่าวลุงดํา อ่าวที่ชูฮวยมาเมื่อคราวก่อน เล่าให้ฟังว่าน้ำใสสะอาดดี
เส้น ทางเลาะริมหาดนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย บางหาดเป็นโขดหินเราก็ต้องเดินเข้าป่า ซึ่งบางเส้นทางเราต้องปีนขึ้นไปบนเส้นทางที่ชันโดยมีเพียงมือเปล่าและ รองเท้าแตะ(ถือเป็นเรื่องอันตราย กรุณาอย่าทําตาม)
ระหว่าง ทางพบฝรั่งสาวๆ ทําเอาเราสดชื่นได้บ้าง บางเส้นทางก็กลับมาเดินเลาะริมหาดเหมือนเดิม ลมเย็นๆพัดมาทําให้เราหายเหนื่อยได้บ้าง บ่อยครั้งที่เราเดินริมหาด เราจะถอดรองเท้าแตะและเดินด้วยเท้าเปล่า เมื่อฝ่าเท้ากระทบทรายนิ่มๆทําเอาเรามีความสุขมากๆ
สุนัข ที่เกาะเสม็ดน่ารักและเชื่องทุกๆตัวเลย ผมจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปเล่นกับมัน ถึงตอนนี้เรากระหายน้ำจึงหาที่นั่งพัก เพื่อหาซื้อน้ำดื่ม(ขวดละ 15 บาท เป็นเรื่องธรรมดาที่ของบนเกาะต้องแพงกว่าบนฝั่ง)
ตั้งแต่หาดทรายแก้วเราเดินผ่าน อ่าวไผ่ อ่าวทับทิม อ่าวช่อ อ่าวตะวัน อ่าววงเดือน อ่าวเทียน ก่อนจะมาถึงอ่าวลุงดําอย่างทุลักทุเลด้วยสภาพเหงื่อท่วม และปวดเมื่อยตามตัวทุกๆคน
ที่อ่าวลุงดํา ขยะลอยเต็มไปหมด ผมและเพื่อนๆต่างผิดหวังไปตามๆกันเพราะคาดหวังจะมาเล่นน้ำที่นี่(หาดทรายแก้วสะอาดกว่า) ชูฮวยและโยนีบอกว่าหาดนี้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยมามาก
เราตัดสินใจเดินทางไปยังอ่าวต่อไป เส้นทางชันมาก มีฝรั่งตามมา 1 คน(ท่าจะหลงเหมือนกัน) ชื่อโรส(แล้วแจ็คล่ะอยู่ไหน? ว่าแล้วต้องใช้มุขนี้) เป็นชาวออสเตรเลีย อัธยาศัยดี สุด ท้ายเราก็ออกจากป่ามหาโหดได้ ที่ป่านี้ผมและเพื่อนๆถูกมดชนิดหนึ่งกัดเป็นมดที่กัดเจ็บและแปลกมากเพราะกัด แล้วเลือดออกทันที จึงต้องคอยระวังเป็นการใหญ่ ไม่นานก็พบอ่าวหวาย ที่นี่คืออ่าวที่ผมรอคอยครับ น้ำใสสะอาด คลื่นสงบ ปราศจากผู้คน ทําเอาเราอดใจไม่อยู่เพราะเริ่มคันๆตัวกันแล้ว
เรา พักกินข้าวกลางวันที่อ่าวนี้กับโรสและสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆก่อนจะ เดินทางกลับที่พัก ขากลับนี่สบายมากเพราะมีทางกลับอีกทางที่ไม่ต้องปีนโขดหินหฤโหดแต่ก็ไกลไม่ แพ้ขามา เรามาส่งโรสที่อ่าววงเดือนพร้อมกับมิตรภาพดีๆ ที่มีให้ซึ่งผมหวังว่าเขาจะประทับใจเช่นกัน
สาวๆ ฝรั่งมาอาบแดดที่เสม็ดนี่มากจริงๆ มากจนเราดูเพลิน จนไม่มองน้ำทะเลเลย หลายครั้งที่เราอยากเข้าไปคุยแต่ไม่มีใครพกหัวใจสิงห์มา เลยซดแห้วหมู่กันทั้งคณะ
มี ลูกฟุตบอลอยู่ริมหาด เราจึงแบ่งข้างกันเตะฟุตบอล เอารองเท้าแตะตั้งเป็นเขตแดน และประตู โดยผมจับคู่กับโยนี ส่วนชูฮวยจับคู่กับวุ้น ผลคือผมแพ้ 2 :3 หากใครไม่เคยเตะ ผมว่าลองซักครั้งอาจจะชอบครับ เพราะเป็นการเสียเหงื่อที่มีความสุข ทรายละเอียด เวลาวิ่งไปเท้าจมกับทราย ทําให้เหนื่อยเป็น 2 เท่า หลายครั้งที่เราสะใจที่ยิงเข้า หลายครั้งที่เราล้มตัวนอนเพราะความเหนื่อย เหล่านี้ เป็นสิ่งดีๆที่น่าจดจําครับ
เมื่อเนื้อตัวมอมแมมด้วยทราย เราจึงลงน้ำกันอีกรอบ คราวนี้มีเกมให้เล่นอีก โดยถอดเสื้อแล้วขว้างไปมาเหมือนลูกฟุตบอลแล้วแย่งกันรับ เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อยเลย
เรากลับมาถึงหาดทรายแก้ว ก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก อาบน้ำและออกมากินข้าวเย็น เรา กินกันที่สินสมุทร อยู่ใกล้ๆกับทรายแก้ววิลล่า อาหารพอใช้ได้ ที่จําได้ไม่ลืมคงเป็น อาหารที่มาพร้อมกะทะร้อน ไม่ว่าจะเป็นออส่วน หรือทะเลผัดฉ่า เรากินกันอย่างราชาเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว มีมื้อนึง สําหรับกินให้เต็มที่ สั่งกุ้ง หอย ปู ปลา ให้สมกับที่มาทะเล หลังจากที่ฝากท้องกับอาหารตามสั่งมาทุกๆมื้อ เจ้าของร้านเป็นกันเองดีมาก
เรา ดื่มเบียร์ริมหาดเช่นเดิม วันนี้ลมแรงหน่อย ไม่ร้อนมาก พรุ่งนี้กลับแล้วเหรอเนี่ย วันนี้แม้จะคุยกับโรสได้ไม่เก่งเท่าชูฮวยกับโยนี แต่ก็ได้คุยบ้าง เรานั่งคุยกันในหลายๆเรื่องตามเดิม วันนี้เป็นเรื่องความรัก ทุกๆคนต้องเผยความรักของตนออกมาให้หมดเปลือก โยนีดูจะเป็นคนแรกที่จะไปก่อนเพราะเริ่มเมาและอาเจียนออกมาพร้อมชื่อสาวที่ แอบชอบ (ผมคุยกับชูฮวยและวุ้นว่า เวลาเราพึ่งสิ่งมึนเมา มีสุขเราก็ดื่ม มีทุกข์เราก็ดื่ม ผลลัพท์ก็ออกมาเหมือนกันทุกๆทีเลยซิน่า)
11 ตุลาคม 2543 เช้านี้ตื่น 7 โมง(ไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ดี) ผมตื่นเป็นคนแรกเช่นเคย มีโยนีตื่นเร็วหน่อย ก็เลยชวนผมไปเดินเล่นชายหาด หาดทรายแก้วถือเป็นหาดด้านตะวันออกของเกาะเสม็ดที่ยาวที่สุด ส่วนด้านตะวันตกของเกาะโดนมากจะเป็นหาดหินส่วนใหญ่ ผมกับโยนีวิ่ง Joking ริม หาดแม้จะมีฝนตกปรอยๆบ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ระหว่างทางเจอปลาดาวหรือดาวทะเลเกยตื้นหลายตัว โยนีจึงช่วยใช้เสียมตักลงสู่ทะเล รูปร่างดูหน้าเกลียดน่าชัง ข้างๆมีสาวมาช่วยเหมือนกันแต่สาว เธอใช้มือเปล่าจับเลย(กล้าจริง)
จากนั้นลงไปเล่นน้ำและขึ้นมานอนราบที่ชายหาด คอยให้น้ำทะเลที่ไหลเอื่อยๆซัดผ่านตัว ช่างมีความสุขจริงๆ คุยกับโยนีว่าอาชีพเป็นคนให้เช่าเจ็ตสกีก็ไม่เลว เพราะสามารถแต๊ะอั๋ง ลูกค้าได้(ฮ่าๆๆ)
ขึ้นไปอาบน้ำ เก็บข้าวของปลุกพวกขี้เซาและไม่ลืมที่ล้างกระติกอย่างสะอาด(อุตส่าห์ให้ยืมฟรี) จากนั้นออกไป Check-out มีสาวฝรั่งถูกเสี้ยนตํา(คล้ายๆว่าพูดฝรั่งเศส) เพื่อนๆรบเร้าให้ผมเขาไปสอบถามเป็นภาษาฝรั่งเศสแต่เพราะผมไม่มีความกล้าบวกกับฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง(จริงๆพอมาคิดอีกทีถามเป็นภาษาอังกฤษก็ได้)
ผมให้ชูฮวยพาไปซื้อเสื้อ ผมอยากได้ลายแผนที่ของเกาะเสม็ด ต่อได้ในราคา160 บาท จาก 180 บาท(ดีกว่าไม่ลดน่า) หลังจากคืนกระติกน้ำและกินข้าวแล้ว เราซื้อตั๋วเรือได้ในรอบเที่ยงพอดี ขากลับดูจะเร็วกว่าขามา เป็นไปได้ว่าเพราะคลื่นสงบลงด้วย ถึงฝั่งไม่ลืมที่จะซื้อตั๋วกลับในรอบบ่ายโมง และซื้อของฝากไปที่บ้านด้วย
ผม สัญญากับตัวเองว่า หากมีโอกาสจะกลับมาพักผ่อนที่นี่อีกแน่นอน แม้ที่นี่จะไม่ค่อยมีจุดดําน้ำสวยๆแต่ที่นี่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากครับ คนหนึ่งที่มีความสุขไม่แพ้ผมเลย คือ วุ้น เพราะเป็นครั้งแรกที่วุ้นได้มาเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน(สําหรับผม ครั้งที่ 2 แล้ว)
ผม เชื่อครับว่าแม้ เวลา จะผ่านไปกี่ปีๆก็ตาม เกาะเสม็ดไม่มีวันเสื่อมมนต์คลัง หากคุณต้องการมาพักผ่อน ไม่คิดมากเรื่องไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ต้องการมีชีวิตอยู่บนเกาะจริงๆ ใช้เวลาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ผมก็นึกไม่ออกครับ ว่าใกล้กรุงเทพจะมีเกาะไหนเหมาะสมเท่าเกาะเสม็ดอีก
แม้เวลาจะผ่านไป 5 ปีแล้ว ผมยังนึกถึง วัน เวลาดีๆ ที่เกาะเสม็ดเสมอครับ
Kasab 31/5/2548 15.48