หน้า: [1] 2 3

1 -  ♥★彡 Travel Images ツ / ห้องภาพเมืองไทย / อ่าวลุงหวัง (อ่าวช่อ) เกาะเสม็ด ทะเลสวยโลเคชั่นดี

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 10:45:04 PM

ดูรูปเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/ao-cho























ดูรูปเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/ao-cho


ขอบคุณภาพจาก http://ilovewhitney.multiply.com

2 -  ♥★彡 Travel Images ツ / ห้องภาพโรงแรม / นิมมานรดี.....เกาะเสม็ด อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรักสงบ

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 10:12:36 PM

นิมมานรดีอีกทางเลือกสำหรับคนที่รักสงบ สำหรับการไปที่ นิมมานรดี รีสอร์ท นั้น คุณจะต้องต่อเรือจากอ่าวต่างๆ
ด้วยเรือเล็กไปยังอ่าวปะการัง ซึ่งเป็นอ่าวที่เป็นจุดดำน้ำตื้นดูปะการังที่มีความหลากหลาย

ที่รีสอร์ทนี้มีชายหาดติดรีสอร์ททั้งสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นฝั่งที่มีหินและปะการังมากมาย ส่วนอีกฝั่งสามารถลงเล่นน้ำได้แต่ก็ยังคง
มีหินนิดหน่อย โดยรวมของรีสอร์ทแล้ว สงบ ดี อาหารราคาค่อนข้างแพง แต่ได้เยอะใช้ได้

เท่าที่อ่านรีวิวจากหลายๆ กระทู้ที่มาถือว่า นิมมานรดีนั้นถือว่าใช้ได้ สำหรับคนที่รักสงบน่้าจะเลือกที่นี่ แต่สำหรับใครที่ชอบความ
สนุกสนานตื่นเต้น ควรเลือกที่หาดทรายแก้งหรือหาดทับทิม เพราะว่ามีกิจกรรมมากมายให้คุณทำ

เว็บไซต์ www.nimmanoradee.com

ดูรูปเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/nimmanoradee



















ดูรูปเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/nimmanoradee


ขอบคุณภาพจาก http://kungbin.multiply.com

3 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบันทึกการเดินทาง / ความทรงจำที่เกาะเสม็ดเมื่อ 25 ปีก่อน

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 09:33:32 PM

อยากเอาความทรงจำเมื่อ 25ปีก่อนเกี่ยวกับเกาะเสม็ดมาเขียนเป็น blog ไว้ในนี้  วันนี้มันมีอะไรอะไรเปลี่ยนไปมากมาย คนที่เคยมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อนก็รู้สึกไม่ค่อยชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องก้าวไปข้างหน้า

ความแตกต่างไม่ได้ เกิดจาก ความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่มันเป็นเพราะ ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี่ และ ความเจริญด้านสาธารณูปโภคที่ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

ความ ทรงจำนี้ เป็นความทรงจำในวันที่ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์จุฬา เกื่อบ 30 คนที่ไม่เคยไปไหนด้วยกันมากขนาดนั้นได้พร้อมใจกันมาเที่ยวด้วยกันเกือบทั้ง แผนกกันสักครั้ง วันนั้น ด้วยความเป็นหนุ่มสาวที่มีแต่ความอิสระ (แต่ไม่มีสตางค์) ไม่มีใครรู้หรอกว่า การไปเกาะเสม็ดครั้งนั้น จะเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือนไปได้ตลอดกาล เพราะ เขาเหล่านั้นไม่รู้หรอกว่า โอกาสที่จะได้เที่ยวอย่างสนุกสนาน ไม่มีอะไรต้องกังวล และได้อยู่กับหมู่เพื่อนที่รักกันมากที่สุด จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกแล้ว

เมื่อก่อน เกาะเสม็ด ไม่มีไฟฟ้าใช้ ดึกๆ ก็ต้องเทียนและตะเกียงเท่านั้้น เมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็ได้บรรยากาศที่แตกต่างไป ไม่มีสถานบันเทิง ไม่มีดนตรี ไม่มีแสงไฟฟ้าวูบวาบ มีแต่เทียนที่วูบวาบ อ่าวแสงเทียน คงได้ชื่อมาจากบรรยากาศแบบนี้

อ่าวลุงหวัง มีจุดเด่นที่มีสะพานไม้ ทำด้วยไม้ที่หาได้จากบนเกาะนี้ นำมาทำเป็นสะพานยื่นออกไปในอ่าวเพื่อให้เรือมาเทียบท่าได้ง่ายๆ สะพานมีความสวยงามตามลักษณะไม้ที่คด งอ ไม่ได้ระดับ ความยาวไม่เสมอกัน มันก็สวยแบบของมัน วันนี้ สะพานก็ยังอยู่ แต่มันกลายสภาพเป็นปูนไปแล้ว ทุกอย่างดูสมดุลย์เพราะต้องก่อสร้างตามหลักวิศวกรรม มันดูแข็งแรง รองรับนักท่องเที่ยวและความต้องการในการขนส่งได้มากขึ้น แต่มันก็ไม่สวยอย่างเดิม

เมื่่อก่อน เนื่่องจากไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องเสียง ไม่มีทีวี ถึงมีก็ภาพไม่ชัด ความบันเทิงก็เลยมาจากการที่นักท่องเที่ยว แบก กีต้าร์ของตัวเองมาร้องรำทำเพลง เคาะขวดเหล้าขวดเบียร์ขวดโซดากันไปตามเรื่อง ตอนนั้น บางคนก็ว่าน่ารำคาญ แต่ตอนนี้ คนที่เคยบ่นรำคาญกลับถวิลหาความน่ารำคาญแบบเดิมที่แฝงความสุนทรีย์แบบ เสม็ดๆ

25ปีก่อน ความที่ทุกอย่างยังไม่มีความเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ร้านอาหารที่บริการนักท่องเที่ยวก็เป็นฝีมือของชาวเกาะเอง ทำอร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้างไปตามเรื่องตามราว แต่อยากพูดว่า มันไม่ค่อยอร่อยเสียมากกว่า  หลายคนต้องขนหม้อชามรามถ้วยมาปรุงอาหารกินก้นเอง เพราะ บางครั้ง อาหารดิบบนเกาะก็ไม่พอรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวเพราะ ไม่มีการวางแผนการจัดการนั่นเอง

อาหารอร่อยที่แน่ นอนที่สุดคือ ไข่เจียว  แต่วันนี้พ่อครัวมืออาชีพจากทั่วไทย ได้มาประจำอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูดลูกค้า ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวได้รับความสดวก ไม่ลำบากลำบนเหมือนก่อน แต่ บางครั้ง ความลำบากก็เป็นรสชาติหนึ่งของการท่องเที่ยวเหมือนกันไม่ใช่หรือ

วันนี้ เกาะเสม็ด ก้อยังอยู่ที่เดิม เกาะเสม็ดยังเป็นขวัญใจ คนรักเกาะที่ต้องการบรรยากาศเกาะ แต่ไม่ต้องการเดินทางไปไกลๆ ยังเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการควบคุมงบประมาณ เกาะเสม็ดไม่มีวันเหมือนเดิมอย่างที่ใครหลายคนต้องการอยากเห็นมันเหมือนเดิม เพราะ มันต้องก้าวไปข้างหน้าตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆรอบตัว

คง เป็นหน้าที่ของเราเอง ที่จะหาทางรักษาความทรงจำที่ดีๆที่เคยได้รับเอาไว้ให้แจ่มชัดที่สุดมากกว่า ที่จะเรียกหาความเหมือนเดิมของสิ่งต่างๆ

4 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบันทึกการเดินทาง / วันวานที่…เกาะเสม็ด

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 09:30:32 PM

วันวานที่….เกาะเสม็ด

 

                สอบ เสร็จคราวนี้ แม้ไม่ใช่ปิดเทอมใหญ่ สําหรับนักเรียน นักศึกษา ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวมาถึงอีกครั้งหนึ่ง ผมก็ไม่พลาดที่จะไปท่องเที่ยวทะเลที่ผมรักเช่นเคย จุดหมายปลายทางในครั้งนี้อยู่ที่เกาะเสม็ด เกาะสวาดหาดสวรรค์ของใครหลายๆคน  ถึง แม้ว่าช่วงนี้จะมีฝนตกบ้างก็ตาม เหตุที่ผมสนใจที่นี่เพราะ ชูฮวยและโยนีพึ่งไปเที่ยวมาไม่นาน โดยเล่าถึงความใสสะอาดของน้ำทะเลและความละเอียดของเม็ดทราย โดยมีรูปเป็นสักขีพยาน ทําให้ผมอยากไปจนตัวสั่น

 

 

                8 ตุลาคม 2543

 

                วันนี้ ผมและวุ้นมานอนที่บ้านชูฮวยเพื่อคุยกันเรื่องรายละเอียดการไปเที่ยว แต่เกือบต้องหาที่เที่ยวใหม่ซะแล้วเพราะพ่อชูฮวยเดินมาบอกว่าที่เกาะเสม็ดมี พายุเข้า เราจึงปรึกษากันว่าพรุ่งนี้ลองโทรไปสอบถามสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาอีก ครั้งหนึ่ง หากสภาพอากาศเลวร้าย ค่อยหาที่เที่ยวใหม่ แต่จะออกกันบ่ายๆ(ผมอยากไปมากแน่นอนครับ อุตส่าห์ขนของออกมาจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ขืนไม่ได้ไปแม้จะไม่ถึงตายแต่คงช้ำใจเป็นแน่แท้)

 

 

                9 ตุลาคม 2543

               

                เช้า นี้ผมโทรศัพท์ไปที่กรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อสอบถามสภาพอากาศที่เกาะเสม็ด อย่างน้อยการระวังตัวไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย สบายใจทั้งคนไปเที่ยวและคนที่รออยู่ทางบ้าน  ต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะโทรติดซึ่งได้ความว่า อากาศไม่ร้ายแรง พายุ Stand-in อยู่ในทะเลจีนใต้(คือ ไม่ขยับตัวนั่นเอง) แต่อาจมีผลกระทบ คือ ฝนตกบ้าง สรุปได้ใจความว่า ไปเที่ยวได้แน่นอน 

 

                ผม วุ้น ชูฮวย นัดกับโยนีที่สถานีขนส่งเอกมัยเวลาบ่าย 2 โมง  หัวดอซึ่งสอบเสร็จเหมือนกันมาเล่นที่บ้าน ก่อนกลับก็มาส่งพวกผมที่หน้าปากซอย

 

                เมื่อถึงสถานีเอกมัย มีรถออกไปบ้านเพทุกชั่วโมง( อําเภอหนึ่งในจังหวัดระยอง ปลายทางจะมีท่าเรือโดยสารไปยังเกาะเสม็ด)  ระหว่าง นี้ก็หาข้าวกินเพื่อเติมพลัง จากนั้นเดินออกไปริมถนนเพื่อฆ่าเวลา เกิดอยากเข้าห้องน้ำครั้นจะข้ามถนนไปที่ห้างก็กลัวจะไม่ทันเวลาเพราะใกล้ เวลารถออกแล้ว มีห้องน้ำสาธารณะอยู่(ลักษณะคล้ายห้องน้ำคนพิการแต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นอันเดียวกัน) จึงต้องเข้า นับเป็นประสบการณ์แรกที่ได้เข้าห้องน้ำรูปทรงแปลกๆ

 

                เมื่อโยนีมาถึงเราได้ขึ้นรถทัวร์เที่ยวบ่าย 3 โมง มีคุณป้าแก่ๆ ท่าทางน่าสงสารบอกว่ามารอลูกชายแต่ไม่มีเงินติดตัวซักบาท  ชู ฮวยซื้อขนมให้คุณป้ากิน ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะดีกว่าให้เงิน เราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงแค่ไหน อาจเป็นมิจฉาชีพปลอมมาในร่างคนแก่ก็ได้ ใครจะไปรู้?

 

                รถของบริษัท เชิดชัยทัวร์ พาเรามาถึงบ้านเพ เวลา 6 โมงกว่า  เราเดินผ่านตลาดซื้อตั๋วเรือไป-กลับ คนละ 80 บาท ซื้อเบียร์ 1 ลัง

 

                เรือ มีลักษณะเป็นเรือประมงดัดแปลง มีชั้นเดียว รอบๆข้างมืดไปหมดแถมยังมีฟ้าแลบเป็นระยะๆ เสื้อชูชีพก็ไม่มี ในใจผมก็ได้แต่ภาวนา มือกุมพระไว้แน่น ขอให้ช่วยผมและเพื่อนให้รอดปลอดภัยด้วยเถอะ เพราะมีคลื่นตีเข้ามาเป็นระยะ ทําให้เรายังไปไม่ถึงฝั่งซะทีเห็นอยู่ใกล้ๆแต่ใช้เวลาในการเดินทางนานมาก

 

                เรามาถึงเกาะเสม็ด ใช้เวลาเดินเท้าซักพักก่อนจะถึงหาดแรก คือหาดทรายแก้ว ก่อนนั้นก็ซื้อน้ำแข็งใส่กระติกเอาไว้แช่เบียร์(ที่ร้านให้ยืมกระติกโดยไม่คิดเงิน) ผมสังเกตเห็นว่ามีป้ายอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า  ทําให้ผมนึกขึ้นได้ทันที พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่ามาเที่ยวกับเพื่อน(คงเป็นแถวๆนี้มั้ง)

 

          ที่หาดทรายแก้ว มีบังกะโลให้เลือกมากมาย ผมพักที่ทรายแก้ว วิลล่า เพราะโยนีรู้จักเจ้าของ(คราวที่แล้วมาพัก) เลยได้ส่วนลดจาก 1,250 เหลือ  700 (นอน 4 คน)  จาก นั้นเราหยิบเบียร์ออกมาดื่มกันที่ริมหาด แต่ซักพักต้องเข้ามาในร่มเพราะฝนเริ่มตกแล้ว เรานั่งคุยกันหลายๆเรื่อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย คุยจนดังลั่นก็ไม่มีใครว่าเนื่องจากเป็นช่วงโล ซีซั่น คนก็น้อย ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้หนอ

 

 

                10 ตุลาคม 2543

 

                อยาก ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่เพราะนอนดึก ทําให้ลุกมาได้เช้าที่สุด คือ 7 โมงเท่านั้น เดินออกไปดูที่ชายหาดน้ำใสดี อยากลงไปเล่นซะเดี๋ยวนั้นเลย  กว่า จะรอเพื่อนๆตื่นก็ 8 โมงเช้า วันนี้เรามีเป้าหมายกันว่าจะเดินเลาะริมหาดเพื่อสํารวจสภาพภูมิประเทศ อยากหยุดตรงไหนก็หยุด อยากเล่นน้ำที่ไหนก็เล่น

 

                หลัง จากกินข้าวเช้าเติมพลังเหมาะสมสําหรับชนชั้นแรงงานอย่างพวกผม เรากางแผนที่ออกมา จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ คืออ่าวลุงดํา อ่าวที่ชูฮวยมาเมื่อคราวก่อน เล่าให้ฟังว่าน้ำใสสะอาดดี

 

                เส้น ทางเลาะริมหาดนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย บางหาดเป็นโขดหินเราก็ต้องเดินเข้าป่า ซึ่งบางเส้นทางเราต้องปีนขึ้นไปบนเส้นทางที่ชันโดยมีเพียงมือเปล่าและ รองเท้าแตะ(ถือเป็นเรื่องอันตราย กรุณาอย่าทําตาม)

 

                 ระหว่าง ทางพบฝรั่งสาวๆ ทําเอาเราสดชื่นได้บ้าง บางเส้นทางก็กลับมาเดินเลาะริมหาดเหมือนเดิม ลมเย็นๆพัดมาทําให้เราหายเหนื่อยได้บ้าง บ่อยครั้งที่เราเดินริมหาด เราจะถอดรองเท้าแตะและเดินด้วยเท้าเปล่า เมื่อฝ่าเท้ากระทบทรายนิ่มๆทําเอาเรามีความสุขมากๆ

 

                สุนัข ที่เกาะเสม็ดน่ารักและเชื่องทุกๆตัวเลย ผมจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปเล่นกับมัน ถึงตอนนี้เรากระหายน้ำจึงหาที่นั่งพัก เพื่อหาซื้อน้ำดื่ม(ขวดละ 15 บาท เป็นเรื่องธรรมดาที่ของบนเกาะต้องแพงกว่าบนฝั่ง)

 

                 ตั้งแต่หาดทรายแก้วเราเดินผ่าน อ่าวไผ่ อ่าวทับทิม อ่าวช่อ อ่าวตะวัน อ่าววงเดือน อ่าวเทียน  ก่อนจะมาถึงอ่าวลุงดําอย่างทุลักทุเลด้วยสภาพเหงื่อท่วม และปวดเมื่อยตามตัวทุกๆคน

 

             ที่อ่าวลุงดํา ขยะลอยเต็มไปหมด ผมและเพื่อนๆต่างผิดหวังไปตามๆกันเพราะคาดหวังจะมาเล่นน้ำที่นี่(หาดทรายแก้วสะอาดกว่า)  ชูฮวยและโยนีบอกว่าหาดนี้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยมามาก

 

             เราตัดสินใจเดินทางไปยังอ่าวต่อไป เส้นทางชันมาก มีฝรั่งตามมา 1 คน(ท่าจะหลงเหมือนกัน) ชื่อโรส(แล้วแจ็คล่ะอยู่ไหน? ว่าแล้วต้องใช้มุขนี้) เป็นชาวออสเตรเลีย อัธยาศัยดี สุด ท้ายเราก็ออกจากป่ามหาโหดได้ ที่ป่านี้ผมและเพื่อนๆถูกมดชนิดหนึ่งกัดเป็นมดที่กัดเจ็บและแปลกมากเพราะกัด แล้วเลือดออกทันที จึงต้องคอยระวังเป็นการใหญ่  ไม่นานก็พบอ่าวหวาย ที่นี่คืออ่าวที่ผมรอคอยครับ น้ำใสสะอาด คลื่นสงบ ปราศจากผู้คน ทําเอาเราอดใจไม่อยู่เพราะเริ่มคันๆตัวกันแล้ว

 

             เรา พักกินข้าวกลางวันที่อ่าวนี้กับโรสและสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆก่อนจะ เดินทางกลับที่พัก ขากลับนี่สบายมากเพราะมีทางกลับอีกทางที่ไม่ต้องปีนโขดหินหฤโหดแต่ก็ไกลไม่ แพ้ขามา  เรามาส่งโรสที่อ่าววงเดือนพร้อมกับมิตรภาพดีๆ ที่มีให้ซึ่งผมหวังว่าเขาจะประทับใจเช่นกัน

 

             สาวๆ ฝรั่งมาอาบแดดที่เสม็ดนี่มากจริงๆ มากจนเราดูเพลิน จนไม่มองน้ำทะเลเลย หลายครั้งที่เราอยากเข้าไปคุยแต่ไม่มีใครพกหัวใจสิงห์มา เลยซดแห้วหมู่กันทั้งคณะ

 

             มี ลูกฟุตบอลอยู่ริมหาด เราจึงแบ่งข้างกันเตะฟุตบอล เอารองเท้าแตะตั้งเป็นเขตแดน และประตู โดยผมจับคู่กับโยนี ส่วนชูฮวยจับคู่กับวุ้น ผลคือผมแพ้ 2 :3 หากใครไม่เคยเตะ ผมว่าลองซักครั้งอาจจะชอบครับ เพราะเป็นการเสียเหงื่อที่มีความสุข ทรายละเอียด เวลาวิ่งไปเท้าจมกับทราย ทําให้เหนื่อยเป็น 2 เท่า หลายครั้งที่เราสะใจที่ยิงเข้า หลายครั้งที่เราล้มตัวนอนเพราะความเหนื่อย เหล่านี้ เป็นสิ่งดีๆที่น่าจดจําครับ

 

             เมื่อเนื้อตัวมอมแมมด้วยทราย เราจึงลงน้ำกันอีกรอบ คราวนี้มีเกมให้เล่นอีก โดยถอดเสื้อแล้วขว้างไปมาเหมือนลูกฟุตบอลแล้วแย่งกันรับ  เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อยเลย

 

             เรากลับมาถึงหาดทรายแก้ว ก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก อาบน้ำและออกมากินข้าวเย็น  เรา กินกันที่สินสมุทร อยู่ใกล้ๆกับทรายแก้ววิลล่า อาหารพอใช้ได้ ที่จําได้ไม่ลืมคงเป็น อาหารที่มาพร้อมกะทะร้อน ไม่ว่าจะเป็นออส่วน หรือทะเลผัดฉ่า เรากินกันอย่างราชาเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว มีมื้อนึง สําหรับกินให้เต็มที่ สั่งกุ้ง หอย ปู ปลา ให้สมกับที่มาทะเล หลังจากที่ฝากท้องกับอาหารตามสั่งมาทุกๆมื้อ  เจ้าของร้านเป็นกันเองดีมาก

 

             เรา ดื่มเบียร์ริมหาดเช่นเดิม วันนี้ลมแรงหน่อย ไม่ร้อนมาก พรุ่งนี้กลับแล้วเหรอเนี่ย วันนี้แม้จะคุยกับโรสได้ไม่เก่งเท่าชูฮวยกับโยนี แต่ก็ได้คุยบ้าง เรานั่งคุยกันในหลายๆเรื่องตามเดิม วันนี้เป็นเรื่องความรัก ทุกๆคนต้องเผยความรักของตนออกมาให้หมดเปลือก โยนีดูจะเป็นคนแรกที่จะไปก่อนเพราะเริ่มเมาและอาเจียนออกมาพร้อมชื่อสาวที่ แอบชอบ (ผมคุยกับชูฮวยและวุ้นว่า เวลาเราพึ่งสิ่งมึนเมา มีสุขเราก็ดื่ม มีทุกข์เราก็ดื่ม ผลลัพท์ก็ออกมาเหมือนกันทุกๆทีเลยซิน่า)

 

 

                11 ตุลาคม 2543

               

            เช้านี้ตื่น 7 โมง(ไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ดี) ผมตื่นเป็นคนแรกเช่นเคย มีโยนีตื่นเร็วหน่อย ก็เลยชวนผมไปเดินเล่นชายหาด หาดทรายแก้วถือเป็นหาดด้านตะวันออกของเกาะเสม็ดที่ยาวที่สุด ส่วนด้านตะวันตกของเกาะโดนมากจะเป็นหาดหินส่วนใหญ่ ผมกับโยนีวิ่ง Joking ริม หาดแม้จะมีฝนตกปรอยๆบ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ระหว่างทางเจอปลาดาวหรือดาวทะเลเกยตื้นหลายตัว โยนีจึงช่วยใช้เสียมตักลงสู่ทะเล รูปร่างดูหน้าเกลียดน่าชัง  ข้างๆมีสาวมาช่วยเหมือนกันแต่สาว เธอใช้มือเปล่าจับเลย(กล้าจริง)

 

          จากนั้นลงไปเล่นน้ำและขึ้นมานอนราบที่ชายหาด คอยให้น้ำทะเลที่ไหลเอื่อยๆซัดผ่านตัว ช่างมีความสุขจริงๆ  คุยกับโยนีว่าอาชีพเป็นคนให้เช่าเจ็ตสกีก็ไม่เลว เพราะสามารถแต๊ะอั๋ง ลูกค้าได้(ฮ่าๆๆ)

 

          ขึ้นไปอาบน้ำ เก็บข้าวของปลุกพวกขี้เซาและไม่ลืมที่ล้างกระติกอย่างสะอาด(อุตส่าห์ให้ยืมฟรี) จากนั้นออกไป Check-out มีสาวฝรั่งถูกเสี้ยนตํา(คล้ายๆว่าพูดฝรั่งเศส) เพื่อนๆรบเร้าให้ผมเขาไปสอบถามเป็นภาษาฝรั่งเศสแต่เพราะผมไม่มีความกล้าบวกกับฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง(จริงๆพอมาคิดอีกทีถามเป็นภาษาอังกฤษก็ได้)

 

          ผมให้ชูฮวยพาไปซื้อเสื้อ ผมอยากได้ลายแผนที่ของเกาะเสม็ด ต่อได้ในราคา160 บาท  จาก 180 บาท(ดีกว่าไม่ลดน่า) หลังจากคืนกระติกน้ำและกินข้าวแล้ว เราซื้อตั๋วเรือได้ในรอบเที่ยงพอดี ขากลับดูจะเร็วกว่าขามา เป็นไปได้ว่าเพราะคลื่นสงบลงด้วย ถึงฝั่งไม่ลืมที่จะซื้อตั๋วกลับในรอบบ่ายโมง และซื้อของฝากไปที่บ้านด้วย

 

          ผม สัญญากับตัวเองว่า หากมีโอกาสจะกลับมาพักผ่อนที่นี่อีกแน่นอน แม้ที่นี่จะไม่ค่อยมีจุดดําน้ำสวยๆแต่ที่นี่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากครับ คนหนึ่งที่มีความสุขไม่แพ้ผมเลย คือ วุ้น เพราะเป็นครั้งแรกที่วุ้นได้มาเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน(สําหรับผม ครั้งที่ 2 แล้ว)

 

          ผม เชื่อครับว่าแม้ เวลา จะผ่านไปกี่ปีๆก็ตาม เกาะเสม็ดไม่มีวันเสื่อมมนต์คลัง หากคุณต้องการมาพักผ่อน ไม่คิดมากเรื่องไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ  ต้องการมีชีวิตอยู่บนเกาะจริงๆ ใช้เวลาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ผมก็นึกไม่ออกครับ ว่าใกล้กรุงเทพจะมีเกาะไหนเหมาะสมเท่าเกาะเสม็ดอีก   

 

แม้เวลาจะผ่านไป 5 ปีแล้ว ผมยังนึกถึง วัน เวลาดีๆ ที่เกาะเสม็ดเสมอครับ

               

Kasab  31/5/2548    15.48

5 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบทความท่องเที่ยว / อุทยานเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 09:22:27 PM

อุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อำเภอเมือง จ.ระยอง

ได้รับการ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2524 มีเนื้อที่ 81,875 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บนฝั่งและในทะเล ตลอดจนเกาะต่าง ๆ ประกอบด้วยสถานที่น่าสนใจ คือ หาดแม่รำพึง เขาแหลมหญ้า และหมู่เกาะเสม็ด อันประกอบไปด้วย เกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม เกาะหินขาว เกาะค้างคาว เกาะกุฎี เกาะกรวย และเกาะปลาตีน

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่ เกาะเสม็ด มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง คือ เกาะเสม็ด เกาะกุฎี และเขาแหลมหญ้า ในแต่ละเส้นทางจะพบพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น พันธุ์มะนาวป่า ต้นไข่เต่า ต้นขันทองพยาบาท ต้นเสม็ดแดง และสัตว์ป่า เช่น อีเห็นเครือ พังพอนเล็ก ลิงแสม กระรอกหลากสี นกนางแอ่นบ้าน และนกฮูก เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวทั้ง 3 เส้นทาง อีกด้วย บริเวณที่ทำการอุทยานเขาแหลมหญ้ามี บริการบ้านพักด้วย รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th

เกาะ เสม็ด เชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของระยอง ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งอยู่ตำบลเพ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือและตะวันออก เหตุที่มีชื่อว่า “เกาะเสม็ด” เพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก ซึ่งในอดีตชาวบ้านนำมาใช้ทำไต้จุดไฟ บนเกาะเสม็ดไม่มีแม่น้ำลำคลอง ประมาณ 80% ของพื้นที่ เป็นภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ช่วงเดือนพฤษภาคมมีมรสุมและคลื่นลมจัดมาก เดือนสิงหาคมมีฝนตกชุก

การเดินทางจากบ้านเพไปเกาะเสม็ด
จาก ท่าเรือบ้านเพ มีเรือโดยสารบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (รอผู้โดยสารอย่างน้อยประมาณ 7 คนจึงออกเรือ) ค่าโดยสารระหว่างบ้านเพ-หาดทรายแก้ว ไป-กลับ 100 บาท ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที จากบ้านเพ-อ่าววงเดือน ไป-กลับ 120 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ท่าเรือนวลทิพย์ โทร. 0 3865 1508, 0 3865 1956 ท่าเรือศรีบ้านเพ โทร. 0 3865 1901-2, 0 3865 1736 หรือ http://www.sribanphe.com/ ท่าเรือสะพานปลาบ้านเพ โทร. 0 3865 1441

การเดินทางบนเกาะเสม็ด
บน เกาะเสม็ดมีถนนเพียงสายเดียว เป็นทั้งถนนคอนกรีต และถนนดิน บนเกาะมีรถสองแถวบริการเริ่มจากท่าเรือหน้าด่านไปตามหาดต่าง ๆ แล้วไปสิ้นสุดที่อ่าวปะการัง ราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง หรือแล้วแต่จะตกลงกัน ราคาค่ารถสองแถวเริ่มต้นที่ราคา 10–100 บาท หากต้องการจะเหมาเที่ยวทั้งเกาะราคาประมาณ 1,500 บาท

สถานที่น่า สนใจบนเกาะเสม็ด และเกาะใกล้เคียง ชายหาด หาดต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ แต่ละหาดอยู่ในอ่าวเล็ก ๆ มีความยาวประมาณ 200 เมตร เรียงตามลำดับจากทิศเหนือไปทิศใต้ ดังนี้ หาดทรายแก้ว หาดหินโคร่ง หาดคลองไผ่ อ่าวพุทรา อ่าวทับทิม อ่าวนวล อ่าวช่อ อ่าวคอก อ่าวเทียน อ่าวหวาย อ่าวกิ่วหน้านอก อ่าวกะรัง ทางด้านตะวันตกมีหาดทรายอยู่แห่งเดียว คือ ที่อ่าวพร้าว จากหาดทรายแก้วและหาดวงเดือน สามารถเดินทางไปหาดอื่น ๆ ได้โดยใช้บริการรถรับจ้าง หรือเดินเท้าไปเอง
สถานีเพาะพันธุ์ปลา กรมประมง ตั้งอยู่บริเวณอ่าวน้อยหน่า เป็นสถานีทดลองเล็กๆ ซึ่งมีกระชังทดลองเพาะพันธุ์ปลาทะเลที่ยังไม่สามารถผสมพันธุ์ได้
เกาะ กุฎี หรือเกาะกุด เป็นเกาะหนึ่งในวรรณกรรมของสุนทรภู่ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 63 ไร่ ใกล้กับเกาะกุฎีมีเกาะขนาดเล็กอีก 2 เกาะ คือ เกาะท้ายค้างคาวและเกาะถ้ำฤาษี มีหาดทรายสวยงามเหมาะแก่การเล่นน้ำ ตั้งแค้มป์ปิ้ง มีหน่วยพิทักษ์อุทยานตั้งอยู่โดยรอบเกาะมีแนวปะการัง สามารถติดต่อเช่าเรือจากบ้านเพได้ บนเกาะไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว แต่มีเต็นท์ให้เช่า ราคา 200 บาท/คน/คืน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์ไปเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 20 บาท/คน/คืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3865 3034 หรืองานบริการส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ โทร. 0 2561 2919, 0 2561 2921
เกาะกรวย เกาะขาม และเกาะปลาตีน เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะกุฎี ประมาณ 600 เมตร เป็นเกาะที่สวยงาม มีปะการัง และสามารถตกปลาได้ เกาะทะลุ ห่างจากเกาะกุฎี ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร มีพื้นที่ 69 ไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ทิศตะวันตกเป็นผาหินสูงชัน ด้านทิศตะวันออกและทิศใต้มีหาดทรายขาวสะอาด เกาะทะลุมีนกนางนวล ค้างค้าวแม่ไก่ อยู่เป็นจำนวนมาก และมีเต่าทะเลบางชนิดอาศัยอยู่ นอกจากนั้นมีปะการังที่อุดมสมบูรณ์สูงอยู่รอบ ๆ เกาะและเป็นแหล่งเหมาะแก่การดำน้ำลึกอีกแห่งหนึ่ง กิจกรรมดำน้ำ ตกปลา บนเสม็ดมีบริการเรือพาดำน้ำ ตกปลา ติดต่อเรือได้ตามที่พัก ราคาประมาณ 600 บาท ต่อคน ผู้ที่สนใจเดินทางไปท่องเที่ยวและดำน้ำที่เกาะกุฎี และเกาะทะลุ สามารถติดต่อเช่าเรือเร็วไป-กลับ จากท่าเรือบ้านเพ เป็นแพ็คเกจทัวร์ได้ ราคา 8,000 บาท/10 คน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ไอร์แลนด์ ทัวร์ โทร. 0 3865 3055-9(ควรเตรียมอาหารพร้อมเครื่องดื่มไปด้วย เนื่องจากบนเกาะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก)

6 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องแห่งการเดินทาง / ใครชอบไปเกาะเต่ามั่ง สวยมากเลยจริงๆ นะ

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 05:13:29 AM

ไปเกาะเต่ามาเมื่อกลางปี ประทับใจมากครับ
คนไม่พลุกพล่านจนเกิดไป บรรยากาศต่างๆ
สวยงาม ราคาอาหารก็กำลังดี
สำหรับใครที่จะไปผมแนะนำให้พักที่
หาดทรายรี ครับเพราะไปง่ายมาอยู่หน้าเกาะ
สำหรับคนที่ไม่ชอบสงบก็ต้องหาดทรายแดงครับ

ใครไปบ่อยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ

7 -  ♥★彡 Travel Images ツ / ห้องภาพร้านอาหาร / ห้องอาหาร Red Sky @ Cantara Grand

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 04:57:46 AM

Information

ที่ตั้ง :   เลข ที่ 999/99 บริเวณ/อาคาร ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์แอนด์บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แอทเซ็นทรัลเวิลด์
ถนน พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน จังหวัด กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10330
เบอร์โทรศัพท์ :   0-2100-1234
เบอร์โทรสาร :   0-2100-1235
เว็บไซต์ :   www.centralhotelsresorts.com
สถานที่จอดรถ :   ที่จอดรถในตัวอาคารของโรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์แอนด์บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แอทเซ็นทรัลเวิลด์
การเดินทาง : จาก ถนนพระราม 1 ตรงไปทางห้างเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า โรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์แอนด์บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่บริเวณเดียวกับห้างเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยามและราชดำริ ส่วนเรดสกาย ร้านอาหารและบาร์ อยู่บริเวณชั้น 55 ของโรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์แอนด์บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แอทเซ็นทรัลเวิลด์

รายละเอียด
 Red Sky บาร์สูงเสียดฟ้าแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ สำหรับชาวกรุงไว้นั่งมองสีสันของอาคารที่สลับสับเปลี่ยนสีกันตลอดคืน ช่วงเวลาที่สวยเป็นพิเศษ คงจะเป็นตอนพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เพราะท้องฟ้าจะกลายเป็นสีแดงระเรื่อ สมชื่อ Red Sky ภายในได้จัดที่นั่งไว้ให้คุณเลือก 2 แบบ คือ ที่นั่งด้านใน เย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนดิชั่น และที่นั่งด้านนอกสำหรับมองวิวทิวทัศน์ด้วยมุมมอง 360 องศา พร้อมกับจิบไวน์คุณภาพเยี่ยมที่ผ่านการคัดสรรมากว่า 200 แบรนด์ 

วันเวลาเปิดทำการ   
  เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

ดูภาพเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/red-sky-centara-grand





















ดูภาพเพิ่มเติมในอัลบั้มที่นี่
www.concealimages.com/travel/red-sky-centara-grand

ขอขอบคุณภาพจาก http://kissxtwenty.multiply.com

8 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบทความท่องเที่ยว / พักผ่อนสไตล์สบายๆ ณ หาดบอนได

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 02:44:01 AM

    

       ถ้าพูดถึงชายหาดที่มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับความนิยมในออสเตรเลียแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าชื่อของหาด บอนไดในซิดนีย์จะ ต้องผุดขึ้นมาในใจของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน หาดทรายสีทองแห่งนี้มีความยาว 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์เพียง 15 กิโลเมตรและแวดล้อมด้วยย่านชุมชนแถบชานเมือง เพียงก้าวแรกที่เดินทางมาถึง คุณๆ ก็จะได้ประทับใจกับความสวยงามตระการตา ซึ่งแทบไม่ต่างจากภาพถ่ายของชายหาดบนโปสการ์ด

       “บอนได” เป็นคำในภาษาอะบอริจินิส มีความหมายว่า “น้ำซัดสาดเหนือโขดหิน” โดยคาดกันว่าโขดหินบริเวณปลายหาดทั้งสองด้านน่าจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการ ตั้งชื่อเช่นนี้ หาดบอนไดเป็นชายหาดที่ชาวซิดนีย์นิยมใช้เป็นสถานที่เพื่อเล่นกระดานโต้คลื่น รวมถึงเล่นน้ำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกไว้อยู่เสมอ คือ อย่าว่ายออกไปนอกเขตที่ระบุไว้ เพราะไลฟ์การ์ดของที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเอาเรื่องและจะคอยจับตาดูทุกคนอย่าง ใกล้ชิด ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องไลฟ์การ์ดแล้วทั้งที  ก็เลยมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 1907 ได้มีการก่อตั้ง “เซิร์ฟ ไลฟ์ เซฟวิ่ง คลับ” ขึ้นที่หาดบอนได และอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ใช้กันในหาดต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบันก็ได้รับการคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้น ณ ที่แห่งนี้

       นอกเหนือจาก น้ำทะเลใสและชายหาดสีขาวอมครีมแล้ว บอนไดยังขึ้นชื่อในเรื่องคาเฟ่ ภัตตาคารหลากหลายเมนู และบาร์สุดฮิพ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานอีเวนท์และเทศกาลต่างๆ มากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ผสมผสานรวมกันทำให้หาด  บอนไดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเมื่อเดินทางมา เยือนซิดนีย์ หนึ่งในอีเวนท์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คือ City to Surf Fun Run ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนสิงหาคม โดยการแข่งขันวิ่งระยะทาง 14 กิโลเมตรนี้ดึงดูดผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทั่วโลกได้มากกว่า 60,000 คน แต่หากคุณชอบที่จะเป็นผู้ชมมากกว่าลงแข่งเอง เราก็ขอแนะนำงานเทศกาลว่าวที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียอย่าง Festival of The Winds ที่จัดกันในเดือนกันยายนของทุกปี เพียงจองโรงแรมใกล้หาดบอนได คุณก็จะได้ดื่มด่ำกับเบียร์เย็นฉ่ำ พร้อมทั้งรับชมว่าวไปพร้อมๆ กันจากระเบียงห้องพัก

9 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบทความท่องเที่ยว / ลิ้มลองอาหารท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าในมหานครกรุงเทพ

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 02:43:15 AM

    

       ไหนๆ ชื่อของกรุงเทพก็มีความหมายว่า “เมืองแห่งเทวดา” แล้วทั้งที ชาวบางกอกที่มีเงินเหลือใช้ก็ควรจะหาเวลาไปทานอาหารและดื่มด่ำกับบรรยากาศ ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้ากันบ้างก็คงจะเป็นการดีไม่น้อย เท่าที่เราสืบทราบมา ในกรุงเทพมีภัตตาคารแบบเปิดโล่งบนตึกสูงระฟ้าอยู่ด้วยกันสามแห่ง แห่งแรก คือ ร้านเดอะ โดมที่เสตท  ทาวเวอร์ แห่งที่สอง คือ ร้านเวอร์ติโก้ที่โรงแรมบันยันทรี และแห่งสุดท้าย คือ ร้านเร้ดสกายที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ซึ่งบอกได้เลยว่าทั้งสามแห่งนี้
ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันทั้งในเรื่องของอาหารและทิวทัศน์อันตระการตา

       แน่นอนล่ะว่าเมื่อสบโอกาสมารับประทานอาหารในสถานที่สูงๆ เรื่องของวิวย่อมเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ    ซึ่งจากทั้งสองภัตตาคาร คุณจะได้ทัศนาภาพมุมกว้างของกรุงเทพ มองเห็นป่าคอนกรีตที่อยู่รอบๆ พร้อมด้วยหมู่เมฆที่จับกลุ่มกันเป็นรูปร่างต่างๆ และแสงไฟจากการจราจรด้านล่างอันแสนคับคั่ง ผสมผสานกลายเป็นภาพที่งดงาม อย่างไรก็ตาม ภัตตาคารแต่ละแห่งต่างก็มีบรรยกาศที่
ค่อนข้างแตกต่างกัน

       เอาเป็นว่า หากคุณมีนัดหมายเพื่อไปพบปะกับคนรู้ใจไฮโซ หรือลูกค้าที่มีรสนิยมหรูหรา ขอ
แนะ นำให้ไปที่ร้านเดอะ โดม อันโอ่อ่า แถมยังมีบาร์ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า แต่ถ้าต้องการสถานที่สำหรับนั่งสบตาซึ้งกับคนรู้ใจ ก็ต้องไปที่ร้านเวอร์ติโก้ ซึ่งเงียบสงบและมีบริการที่เป็นส่วนตัวมากกว่า

       สำหรับคุณภาพของอาหารและราคาของทั้งสองแห่งนั้น ต้องบอกว่าสูงพอๆ กับตำแหน่งที่ตั้งของร้าน (หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “แพงหูฉี่” นั่นเอง) โดยจานเด็ดอย่างเนื้อวากุนี่บอกได้เลยว่าเห็นราคาแล้วพาลจะทำให้ตาลาย เรียกว่า ถ้าไปลิ้มลองอาหารจานหลัก 1 จานและไวน์ชั้นเลิศ 1 ขวดกัน
สองคน ต้องพกไปอย่างน้อยๆ 10,000 บาท    แต่หากเลือกทานเป็นเซ็ท พร้อมกับไวน์สำหรับสองคน ก็เตรียมกดตังค์ในกระเป๋าไว้เลย 20,000 บาท!

       เมื่อจะไปทานอาหารหรูทั้งที การแต่งตัวก็ย่อมต้องดูดีตามไปด้วย ดังนั้น ใครที่หวังจะแต่งตัวเซอร์ๆ คีบรองเท้าเตะไปนั่งจิบไวน์ คงต้องขอให้คิดใหม่อีกรอบ เพราะมีหวังได้ถูกอันเชิญออกมาเป็นแน่แท้

       ปิดท้ายกันด้วยเคล็ดลับสำหรับหลีกเลี่ยงเหตุการณ์กระเป๋าฉีก เราขอแนะให้คุณนั่งลิ้มรสความอร่อยของหอยนางรม เคล้ากับแชมเปญรสกลมกล่อมที่ดิสทิล บาร์ ภายในร้านเดอะ โดม เท่านี้ก็รับประกันได้ว่าพอบิลล์มาคุณก็ไม่ต้องลมใส่แล้ว

10 -  ©º°¨¨°º© Travel Private ©º°¨¨°º© / ห้องบทความท่องเที่ยว / ตะลุยโต้คลื่นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เริ่มโดย concealtravel - กระทู้ล่าสุด โดย concealtravel เมื่อ: ธันวาคม 29, 2009, 02:42:14 AM

   บรรดา นักโต้คลื่นมืออาชีพและเหล่าผู้คลั่งไคล้ในคลื่นยักษ์อาจจะไม่พิศมัยนักกับ การเดินทางมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าคลื่นลูกใหญ่ในแถบนี้ไม่ได้พบเจอกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในถิ่นสยามบ้านเราหรือในเวียดนาม แต่ต้องขอยกเว้นอินโดนีเซียไว้สักหนึ่งประเทศ

       แม้ว่าคลื่นตามชายหาดส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเอาแน่เอานอนอะไร ไม่ค่อยได้ แต่สำหรับแดนอิเหนาแล้ว รับประกันเลยว่าคุณจะได้มันส์สุดเหวี่ยงไปกับคลื่นลูกยักษ์หลายร้อยลูก ซึ่งทำให้ที่นี่มีชื่อติดอยู่ในท็อปเท็น แหล่งโต้คลื่นยอดนิยมจากทั่วโลก นักเซิร์ฟบอร์ดชื่อดังต่างมุ่งหน้ามายังอินโดนีเซีย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คูต้า บาหลี และ หมู่เกาะเมนตาไว) เพื่อสัมผัสกับคลื่นที่ว่ากันว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีความสูงถึง 4 เมตรในช่วงระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤศจิกายน และพบเห็นได้บ่อยๆ บริเวณเกาะบาหลี

       แต่หากต้องการอะไรที่เร้าใจยิ่งกว่านี้ เราก็ขอแนะนำให้ไปที่จี-แลนด์ หรือกราจากันในเกาะชวาตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้ ที่อยากลองขึ้นไปวาดลวดลายการเซิร์ฟบนคลื่นหัวแตกที่ยาวและเร็วที่สุดในโลก งานนี้รับรองว่าคนที่ชื่นชอบคลื่นที่ซัดจากขวาไปซ้ายจะไม่ผิดหวัง อีกหนึ่งสถานที่ๆ ไม่ควรพลาด คือ ปาดังปาดังที่มีคลื่นซัดสาดเข้ามาจากเกือบทุกทิศทาง จนเกิดเป็นคลื่นนอกชายฝั่ง โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเยือน คือ มีนาคมจนถึงตุลาคม แต่ถ้าอยากเจอคลื่นลูกใหญ่ ก็ต้องมาในช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน

       ช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา นักโต้คลื่นเริ่มหันมาให้ความสนใจในประเทศอย่างฟิลิปปินส์และ
ศรีลังกาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งสองประเทศนี้ยังเป็นน้องใหม่ในวงการ รวมถึง
ไม่ ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก การเดินทางจึงต้องใช้ความอดทนและเวลาอยู่มากพอสมควร แต่เอาเป็นว่า หากจุดหมายปลายทางที่เลือก คือ ฟิลิปปินส์ คุณก็ต้องไปที่เกาะบาร์ดิคทางตะวันออกเฉียงเหนือของลูซอนในระหว่างเดือน ตุลาคมถึงมีนาคม เพราะช่วงนั้นไต้ฝุ่นประจำฤดูจะพัดผ่านทำให้คลื่นมีความสูงกว่า 3 เมตร

       ขณะที่ศรีลังกา ซึ่งมีชายฝั่งทอดยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร นับได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ของชาวประชานักโต้คลื่น เนื่องจากอุดมไปด้วยแหล่งเซิร์ฟวิ่งชั้นยอดมากมาย เช่น มาทารา (แปลว่าจุดลับ) บริเวณชายฝั่งด้านใต้ที่มีคลื่นขนาบข้างมาจากทั้งฝั่งซ้ายและขวา เหมาะจะเป็นสถานที่ฝึกหัดสำหรับนักโต้คลื่นฝีมือระดับปานกลาง นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีอ่าวอารูกัมทางตะวันออกเฉียงใต้ที่มาพร้อมกับคลื่นยักษ์ในยามรุ่งสาง รวมทั้งมีคลื่นยาวที่พัดจากซ้ายไปขวาให้ได้สนุกกันอย่างต่อเนื่อง แค่นี้คงพอจะคุ้มค่ากับการเสียเวลาเดินทาง 9 ชั่วโมงมาจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด

       ส่วนมือใหม่ทั้งหลายที่เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากคลื่นยักษ์ ก็อาจจะเลือกไปโต้คลื่นที่มาเลเซีย หรือไม่ก็ที่เมืองไทยเรานี่ล่ะในช่วงฤดูมรสุม ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ซึ่งช่วงนั้นคลื่นจะมีความสูงราว 2 เมตร ชายหาดยอดนิยมก็คงหนีไม่พ้นหาดกะตะใหญ่ หาดกะตะน้อย และหาดป่าตองในภูเก็ต โดยหาดเหล่านี้มีชุมชนคนรักการโต้คลื่นที่พร้อมจะผลักดันให้แดนสยามเมือง ยิ้มของเราเป็นแหล่งโต้คลื่นชื่อดังในอนาคต

       นอกเหนือจากชายหาดอันสวยงาม สภาพอากาศสดชื่น และคลื่นที่ซัดสาดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าดึงดูดใจ คือ สถานที่พักราคาประหยัดมากมายหลายแห่ง ซึ่งการันตีได้เลยว่าจะไม่สร้างความลำบากให้แก่เงินในกระเป๋าของคุณอย่างแน่ นอน

หน้า: [1] 2 3